ปฏิรูปและโศกนาฏกรรม
กษัตริย์ที่ครองราชย์นานที่สุด ปฏิรูปภาษีและการปกครอง แต่ต้องสั่งประหารพระราชโอรสด้วยพระหัตถ์ตนเอง
ในบรรดากษัตริย์โชซอนทั้ง 27 พระองค์ ยองโจครองราชย์นานที่สุด — 52 ปี ตั้งแต่ 1724 จนถึง 1776 รัชกาลของเขาเต็มไปด้วยความสำเร็จทางการปกครองที่แท้จริง แต่ก็มีโศกนาฏกรรมส่วนตัวที่ยากจะอธิบายด้วยเหตุผลเดียว
อาณาจักรที่เต็มไปด้วยความขัดแย้ง
เมื่อยองโจขึ้นครองราชย์ โชซอนกำลังเจ็บปวดจากสิ่งที่เรียกว่า 당쟁 (ตังแจง) — ความขัดแย้งระหว่างฝักฝ่ายทางการเมืองที่รุนแรงจนทำให้รัฐบาลทำงานแทบไม่ได้ นับตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 ขุนนางโชซอนแบ่งออกเป็นกลุ่มต่างๆ ที่ไม่ยอมทำงานร่วมกัน แต่ละกลุ่มใช้ตำแหน่งทางการเมืองเป็นอาวุธทำลายศัตรูมากกว่าบริหารประเทศ
ปัญหาเร่งด่วนอีกอย่างคือภาษีทหาร ชาวบ้านชายต้องจ่ายผ้าสองผืนต่อปีหากไม่ออกรบ ซึ่งหนักมากสำหรับคนยากจน ในขณะที่ชนชั้นยังบันและพระภิกษุได้รับการยกเว้น
탕평책 นโยบายสมดุล
สิ่งแรกที่ยองโจทำคือประกาศนโยบาย 탕평책 (ทังพยองชัก) — การแต่งตั้งขุนนางจากทุกฝักฝ่ายอย่างสมดุล ไม่ยอมให้กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งผูกขาดอำนาจ เขาใช้พระราชอำนาจของกษัตริย์ในการถ่วงดุลระหว่างกลุ่ม ลงโทษทั้งฝ่ายตรงข้ามและฝ่ายที่ตัวเองเอนเอียงไปหากทำผิด
วิธีนี้ไม่ได้แก้ปัญหาความขัดแย้งอย่างสมบูรณ์ แต่ทำให้รัฐบาลทำงานได้ในระดับที่พอรับได้ตลอด 52 ปี
ยองโจปฏิรูปภาษีทหารครั้งใหญ่ ลดภาระชาวบ้านจาก 2 ผืนต่อปีเหลือ 1 ผืน และให้ชนชั้นยังบันซึ่งเคยได้รับการยกเว้นต้องมีส่วนร่วมบ้าง รายได้ที่ขาดหายไปถูกชดเชยด้วยภาษีปลา ภาษีเกลือ และภาษีเรือ — เป็นการกระจายภาระอย่างยุติธรรมกว่าเดิมมาก
ยองโจยังปฏิรูปกฎหมาย ยกเลิกการทรมานบางรูปแบบ ส่งเสริมการศึกษาทางการแพทย์ และออกตำราในหลายสาขา เขาเป็นกษัตริย์ที่ทำงานหนักและอ่านหนังสือมาก — ในแง่นี้เขาคือผู้สืบทอดเจตนารมณ์ของเซจง
ลูกชายที่เป็นปัญหา
ยองโจมีปัญหาเรื่องทายาทตลอดชีวิต ลูกชายคนโตสิ้นชีวิตก่อนขึ้นครองราชย์ ลูกชายคนต่อมาคือ เจ้าชายซาโด (사도세자, ค.ศ. 1735–1762) กลายเป็นเรื่องที่เจ็บปวดที่สุดในประวัติศาสตร์โชซอน
ซาโดเป็นเด็กที่ฉลาดในวัยต้น แต่ความสัมพันธ์กับพ่อตึงเครียดตลอด ยองโจคาดหวังลูกชายในระดับที่สูงมาก และไม่อดทนกับความผิดพลาด ซาโดเติบโตมาในสภาวะกดดันอย่างรุนแรง บันทึกของมเหสีซาโด (혜경궁 홍씨 / แฮกยองกุงฮงซี) ซึ่งเขียนไว้หลังจากสามีเสียชีวิตบรรยายว่า ซาโดเริ่มแสดงอาการทางจิตใจตั้งแต่อายุยังน้อย มีอาการคลุ้มคลั่ง ทำร้ายผู้รับใช้ และมีพฤติกรรมที่ไม่อาจควบคุมได้
นักประวัติศาสตร์บางคนเชื่อว่าซาโดป่วยจริง บางคนเชื่อว่าเขาเป็นเหยื่อการเมืองของขุนนางฝ่ายตรงข้าม ยังไม่มีคำตอบที่แน่ชัด
ยองโจตัดสินใจสั่งประหารเจ้าชายซาโด แต่กฎหมายโชซอนห้ามประหารเจ้าชายสายตรงของกษัตริย์ โดยตรง เขาจึงสั่งให้ซาโดเข้าไปในลังข้าวไม้ขนาดใหญ่ที่ใช้เก็บข้าวสาร แล้วปิดฝาล็อค ภายใต้แสงแดดกลางฤดูร้อน เจ้าชายซาโดสิ้นพระชนม์ในลังข้าวหลังจาก 8 วัน หลานชายอายุ 10 ขวบ (ต่อมาคือพระเจ้าจองโจ) ถูกบังคับให้มานั่งใกล้ลังข้าวและรับรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่ายองโจมีความรู้สึกอย่างไรในวันนั้น มีบันทึกว่าเขาร้องไห้ แต่ก็ยังสั่งปิดฝาต่อ บางคนบอกว่าเขาทำเพราะราชวงศ์ต้องมาก่อน บางคนบอกว่ามันเป็นการตัดสินใจที่เย็นชาที่สุดในประวัติศาสตร์โชซอน
ยองโจอยู่ต่อไปอีก 14 ปีหลังเหตุการณ์นี้ เขาตั้งชื่อหลานชาย (ลูกของซาโด) ว่าจองโจ และเลือกให้เขาสืบราชบัลลังก์ — อาจเป็นความรู้สึกผิดที่ต้องชดใช้
มรดกที่ขัดแย้ง
ยองโจสิ้นพระชนม์ในปี 1776 อายุ 82 ปี เป็นกษัตริย์ที่มีอายุยาวนานที่สุดของโชซอน ทิ้งอาณาจักรที่มีระเบียบมากขึ้น ระบบภาษีที่ยุติธรรมขึ้น แต่ก็ทิ้งแผลใหญ่ไว้ในราชวงศ์ที่ยากจะเยียวยา
ยองโจเป็นอะไร? กษัตริย์ที่ดีที่สุดของโชซอนยุคปลาย หรือพ่อที่เลวที่สุด? คำตอบอาจเป็นทั้งสองอย่างพร้อมกัน — และนั่นทำให้เรื่องราวของเขาน่าสนใจและน่าเศร้าพร้อมกัน
หลานชายของยองโจ เจ้าชายที่ต้องรับรู้ความตายของพ่อตัวเองตอนอายุ 10 ขวบ จะขึ้นครองราชย์ในปี 1776 — วันเดียวกับที่อเมริกาประกาศเอกราช บังเอิญหรือไม่ประวัติศาสตร์โชซอนยุคปลายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดกำลังจะเริ่มต้น
